พ่ายยับ 3-0 วัตฟอร์ด เปิดรังขย้ำ หงส์แดง คาถิ่นแบบหมดรูป

เริ่มเกมส์มานั้นเป็นฝั่งของทีมเจ้าบ้านที่มีโอกาสได้ทักทายก่อน ในนาทีที่ 4 จากลูกยิงของ เคราร์ด เดโลเฟว กองหน้าปีกขวาตัวเก่งของทีม “แตนอาละวาด”

พ่ายยับ สำหรับใครที่ไม่ได้ดูการแข่งขันฟุตบอลในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อคืนที่ผ่านมานี้คงจะแปลกใจมากไม่น้อยเมื่อทีมอย่าง ลิเวอร์พูล ที่แข็งแกร่งถึงขนาดไม่แพ้ใครเลยในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับพลาดท่าพ่ายแพ้ทีมหนีตกชั้นอย่าง วัตฟอร์ด แบบไม่น่าเชื่อถึง 3-0 ผู้เขียนสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเลยว่า

เป็นสกอร์ที่ช็อคโลกจริงๆ ซึ่งแทบไม่น่าจะเป็นไปได้ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามมันเกิดขึ้นแล้วและ ลิเวอร์พูล ก็พ่ายแพ้ไปถึง 3-0 การแข่งขันฟุตบอลรายการพรีเมียร์ลีกอังกฤษระหว่าง วัตฟอร์ด พบกับ ลิเวอร์พูล นั้นแข่งขันกันที่สนาม “วิคาริจโรด” ในรังเหย้าของเจ้าบ้าน วัตฟอร์ด 

  • เริ่มเกมส์มานั้นเป็นฝั่งของทีมเจ้าบ้านที่มีโอกาสได้ทักทายก่อน ในนาทีที่ 4 จากลูกยิงของ เคราร์ด เดโลเฟว กองหน้าปีกขวาตัวเก่งของทีม “แตนอาละวาด” ที่เลี้ยงตัดเข้ามาจากริมเส้นฝั่งซ้ายหนี เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ เข้ามากลางสนามตรงหน้ากรอบเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาเต็มแรงลูกฟุตบอลหนีห่างจากกรอบประตูไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นสร้างความเสียดายแก่แฟนๆของ “แตนอาละวาด” กันอย่างมาก
  • ต่อจากนั้นเพียง 6 นาที (นาทีที่ 10) เจ้าบ้านเกือบได้ประตูอีกครั้งจากจังหวะ อับดูลาย ดูกูเร่ ไหลบอลต่อให้กับ เคราร์ด เดโลเฟว และเจ้าตัวเลี้ยงบอลจี้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ ก่อนโยกขวาให้ อาโนลด์
  • เสียหลักเล็กน้อยและปั่นด้วยเท้าขวาลูกฟุตบอลข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น เรียกได้ว่าตัวตาข่ายบนคานถึงกับสั่นไหวจากลูกยิงของ เดโลเฟว ถ้ากดบอลให้ต่ำกว่านี้อีกสักเล็กน้อยมีโอกาสมากที่จะเป็นประตูขึ้นนำของเจ้าบ้าน ยังขึ้นนำกันไม่ได้ยังคงสกอร์ไว้ที่ 0-0
  • นาทีที่ 19 เป็นทีของทีมเยือนที่มีโอกาสได้ประตูจากการเคลียร์ลูกฟุตบอลไม่ขาดจากจังหวะเตะมุมของลิเวอร์พูล อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน ดักเก็บบอลจากการเคลียร์บอลไม่ขาดของทางฝั่งแตนอาละวาดและงัดบอลข้ามแนวรับให้กับ โมฮัดเหม็ด ซาลาห์ ที่วิ่งตัดแนวรับรอรับบอลจากแถบประตูฝั่งซ้าย ซาลาห์ โฉบไปรับบอลทันและดีดลูกฟุตบอลไปเข้าไปเสียบข้างตาข่าย ซาลาห์ ถึงกับแสดงสีหน้าแบบเซ็งตัวเองสุดขีด
  • ทดเวลาครึ่งแรกนาทีสุดท้าย (นาทีที่ 45+5 ) ทางฝั่งเจ้าบ้านเกือบทำประตูขึ้นนำได้อีกครั้งจากจังหวะ ลอฟเลน โหม่งเคลียร์บอลหน้ากรอบเขตโทษไม่ขาด วิลล์ ฮิวจ์ส กระโดดโหม่งเปิดบอลให้กับ ทรอย ดีนี่ บอลห่างตัว ทรอย ดีนี่ ไปเล็กน้อยก่อนจะตัวจะสปีดไปชิงบอลในจังหวะ 50-50 กับ อลิสซอน เบคเกอร์ นายทวารของ ฝั่งหงส์แดง ซึ่งบอลเจต้ากรรมนั้นดันกระดอนออกจากตัว อลิสซอน ก่อนที่จะมาเข้าเท้าของ ทรอย ดีนี่ และเขาก็พยายามดีดบอลแต่พลาดหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกยังคงไม่มีสกอร์เกิดขึ้น 0-0 
  • เริ่มเกมส์ครึ่งหลังทางฝั่งเจ้าบ้านได้เป็นผู้เขี่ยบอลเริ่มเล่นและเริ่มเกมส์มาได้เพียงนาทีเดียว (นาทีที่ 46) นักเตะของเจ้าบ้านอย่าง อิสมาเลีย ซาร์ ก็เกือบได้แผลงฤทธิ์ จากการยิงด้วยซ้ายในจังหวะกระชากหนีแผงกองหลังของ ลิเวอร์พูล ทว่ายังติดเซฟของ อลิสซอน  
  • นาทีที่ 52 ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายที่เกือบได้เฮก่อน หลังจากที่ ฟาน ไดร์จ ส่งบอลทะลุช่องไปให้กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ในกรอบเขตโทษ ซึ่งเจ้าตัวก็โฉบไปถึงจุดนัดพบและซัดเต็มแรง ดีที่ เบน ฟอสเตอร์ นายทวารของ วัตฟอร์ด เข้ามาปิดมุมได้ทัน ฟอสเตอร์ ปัดบอลได้สำเร็จแต่บอลก็ยังอยู่กลางประตูและผู้เล่นแต่ละคนของ วัตฟอร์ด ก็กั๊กๆกันจนเคลียร์บอลออกไปได้ไม่ดีพอ ซึ่งไปเข้าทางของ โรเบิร์ตสัน อีกครั้งเจ้าตัวก็ไม่รอช้ารีบชิพบอลให้กับ ซาลาห์ ดีที่ ซาลาห์ ขึ้นโหม่งไม่ถึง ฟอสเตอร์ ก็โดดมาโฉบรับบอลเข้ามือได้สำเร็จ
  • ผ่านไปหนึ่งนาที (นาทีที่ 54) ก็มีประตูขึ้นนำลูกแรกเสียที หลังจากที่พยายามบุกแลกหมัดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเจ้าบ้านก็ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่จังหวะทุ่มเข้ากรอบเขตโทษ ดูกูเร่ ตวัดบอลจากเกือบเส้นหลังประตูให้กับ ซาร์ เจ้าตัวไม่พลาดจิ้มบอลหนีผ่านมือ อลิสซอน ไปได้สำเร็จขึ้นนำได้เป็นสำเร็จที่ 1-0
  • ประตูแรกได้ในนาทีที่ 54 ประตูที่ 2 ก็ตามมาไม่นานหลังจากนั้นเพียง 5 นาที (นาทีที่ 59) ทรอย ดีนี่ เตะบอลจากริมเส้นที่มี โรเบิร์ตสัน ขวางอยู่แต่ โรเบิร์ตสัน  ดันทะลึ่งกระโดดเพราะกลัวบอลโดนตัวเองออกทำให้บอลนั้นไม่มีใครขวางพุ่งไปหา ซาร์ จนเป็นส่วนให้ ซาร์ หลุดเดี่ยวและเจ้าตัวก็เยือกเย็นพอจะชิพข้าม อลิสซอน เข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม เจ้าบ้าน  “แตนอาละวาด”  ขึ้นนำเป็น 2-0
  • “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล หลังจากที่เสียประตูไปถึง 2 พวกเขาก็ดำเนินการเร่งทำประตูคืนให้สำเร็จและเกือบจะได้แล้วเช่นกัน ในนาทีที่ 65 อดัม ลัลลานา ยิงบอลติดไซส์ก้อยชนเสาเด้งออกไปอย่างน่าเสียดาย
  • เมื่อ “หงส์แดง” เริ่มกดดันจากการโดนนำ 2-0 ก่อนทำให้พวกเขาเริ่มแสดงความไม่นิ่งออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ พยายามส่งบอลคืนให้กับ อลิสซอน หลังแต่ผิดพลาดโดน ซาร์ ตัดได้ และ ซาร์ก็รอจังหวะส่งให้กับ ทรอย ดีนี่ ไม่พลาด เขาแปรเข้าไปอย่างง่ายดาย 3-0 ในนาทีที่ 71 และจบเกมส์ไม่มีประตูเกิดเพิ่มขึ้น ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ครั้งแรกในเกมส์พรีเมียร์หยุดสถิติไร้พ่ายไว้ที่ 44 นัด
พ่ายยับ

พ่ายยับ