แชมป์เก่าตกรอบ ! ลิเวอร์พูล พ่าย ในถิ่นตนเอง 3-2

ในวันนี้ (วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563) ถือเป็นวันที่ไม่ใช่ของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริงพวกเพราะพวกเขาพยายามบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่ได้ประตูหลายลประตูมากๆ

แชมป์เก่าตกรอบ เป็นวันแห่งความเศร้าของสาวก “เดอะค็อป” ที่ต้องบอกว่าพ่ายแพ้เพราะความผิดพลาดส่วนตัวของนักเตะแท้ๆ ซึ่งเป็นการตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกอย่างน่าเจ็บใจเพราะเป็นการพ่ายแพ้ในบ้านตัวเอง (สนามแอนฟิลด์)

ส่งผลให้ “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริดผ่านเข้าไปรอรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างยิ่งใหญ่เพราะเป็นการล้มเต็งแชมป์ในฤดูกาลนี้แถมฤดูกาลที่แล้วทีม ลิเวอร์พูล ก็เป็นแชมป์เก่าอีกด้วย ชัยชนะครั้งนี้ผู้เขียนเชื่ออย่างยิ่งว่าจะสร้างกำลังใจที่ดีต่อทีม ตราหมี มากเลยทีเดียว (สกอร์รวม 2 นัดระหว่าง ลิเวอร์พูลกับแอตเลติโก้ มาดริด คือ 4-2)

ในวันนี้ (วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563) ถือเป็นวันที่ไม่ใช่ของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริงพวกเพราะพวกเขาพยายามบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่ได้ประตูหลายลประตูมากๆทั้งๆที่พวกเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนดั่งกับว่าโชคชะตาปูทางให้ แอตเลติโก้ มาดริด เข้ารอบเสียอย่างไงอย่างงั้นวันนี้เราจะพาทุกท่านเข้า

มารับชมและวิเคราะห์กันว่าเพราะเหตุใด ลิเวอร์พูล จึงพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย เริ่มจากเปิดเกมส์มาเพียง 5 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ก็บุกได้อย่างสนุก อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลอย่างเหมาะเจ้าพุ่งเข้าหัวของ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และเจ้าตัวก็โหม่งแบบสะบัดหัวเพื่อบังคับทิศทางลูกบอลแต่นั่นก็ไม่ใช่ลูกที่รับยากมากนัก  ยาน โอบลัค วิ่งไปคว้าลูกฟุตบอลได้ทันอย่างง่ายดาย

ต่อมานาทีที่ 16 เดอะค็อป เกือบได้เฮลั่นสนามเมื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ยิงสุดแรงบอลพุ่งไปอย่างรวดเร็วแต่เนื่องจากปฏิกริยาอันยอดเยี่ยมของ ยาน โอบลัค เขาพุ่งเซฟได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้ยังคงสกอร์ไว้ที่ 0-0 และในนาทีที่ 36 ยอดนายทวารอย่าง ยาน โอบลัคก็สร้างปาฏิหาริย์อีกครั้งเขาปฏิเสธลูกยิงแบบจ่อๆของ 

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไว้แบบไม่น่าเชื่อ กระนั้นความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น นาทีที่ 43 เดอะค็อป ได้เฮลั่นสนาม เมื่อ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ได้โอกาสทองได้โหม่งจากลูกครอสบอลของ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ครั้งนี้ไม่พลาด ลิเวอร์พูล ขึ้นนำได้สำเร็จ 1-0 และจบครึ่งแรกไปในที่สุด

สำหรับครึ่งหลังเริ่มได้ไม่นานนาทีที่ 49 อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลแบบสวยงามถวายพานไปให้กับดาวยิงเซเนกัล อย่าง ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งดาวเตะทีมชาติ เซเนกัล ก็โชว์คลาสนักฟุตบอลบอลระดับโลกยิงแบบจังหวะเดียวทว่า ยาน โอบลัค ก็ยังยอดเยี่ยมพุ่งปัดเอาไว้ได้นาทีที่ 60 แอตเลติโก้ มาดริด

ได้โอกาสสวนคืนและเกือบดีพอจะทำประตูได้แล้วจากความผิดพลาดของ อาเดรียน ที่เซฟบอลจากชูเอา เฟลิกซ์ แล้วไม่ติดมือจนบอลกระดอนออกจากมือและ อังเคล กอร์เรอา นักเตะของตราหมีเกือบมาทันเคราะห์ดีที่ อาเดรียน ยังแก้ตัวทันด้วยการเข้าไปบล็อกลูกยิงได้ทันเวลา

ผ่านไป 6 นาที (นาทีที่ 66) ลิเวอร์พูล เกือบได้ประตูอีกครั้งจากลูกโหม่งของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แต่บอลเจ้ากรรมดันชนคานแบบไม่น่าเป็นไปได้ เกมส์ผ่านไปต่อไม่มีโอกาศการทำประตูแบบจะแจ้งเท่าใดนักจนผ่านกระทั่งนาทีสุดท้ายของของเกมส์ 

ซาอูล ญีเกซ (นักเตะของ แอตเลติโก้ มาดริด) โหม่งอย่างสวยงามตุงตาข่ายไปได้ในที่สุด เกือบดับฝันของ เดอะ ค็อป ทั้งปวงเสียแล้วแต่สุดท้ายกรรมการก็ตัดสินให้ล้ำหน้า จนสุดท้ายต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ได้เฮ ! ก่อนหลังจากลงแข่งขันได้เพียง 4 นาทีของช่วงต่อเวลา (นาทีที่ 94)  โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยิงเข้าไปจากจังหวะบอลกระดอนตอนที่เขาโหม่งไปชนเสาในครั้งแรก 2-0 แต่ไม่นาน แอตเลติโก้ มาดริด

ก็ตามล่าเอาประตูคืนได้สำเร็จจากความผิดพลาดของ อาเดรียน ที่ส่งบอลแบบถวายพานให้กับ  ชูเอา เฟลิกซ์ จนเจ้าตัวไหลบอลให้กับ ยอเรนเต้ ซึ่งก็ไม่พลาดเขายิงเสียบเสาไปอย่างสวยงาม ตราหมีไล่มาเป็น 2-1 นาทีที่ 105 ตราหมีอาศัยการตั้งรับและสวนกลับพวกเขาได้ประตูจาก ยอเรนเต้ คนเดิมตีเสมอในเกมส์นี้ได้สำเร็จ 2-2

แชมป์เก่าตกรอบ

แชมป์เก่าตกรอบ ลิเวอร์พูล ที่เหมือนเริ่มเมาหมัดก็โหมบุกเพื่อยิงประตูคืน แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ตราหมี ใช้แผนสวนกลับเร็วอีกครั้ง และครั้งนี้เป็น โมราต้า  ที่เข้าไปยิงประตูได้ จบเกมส์ 120 นาทีที่ 3-2 สกอร์รวมทั้งสองนัด (4-2)

เมื่อเรามาวิเคราะห์ดูว่าทำไม ลิเวอร์พูล ถึงพ่ายแพ้นั้นผู้เขียนสรุปได้ใจความว่าเพราะ

1.คือ ยาน โอบลัค ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมหากไม่มีนายทวารคนนี้ แอตเลติโก้ มาดริด น่าจะโดนขึ้นนำไม่ต่ำกว่า 3 ประตูไปแล้ว

2.ความผิดพลาดของ อาเดรียน ถ้าเปลี่ยนเป็น อลิซอน เบคเกอร์ จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน อาเดรียน ส่งบอลถวายพานไปให้  ชูเอา เฟลิกซ์ แบบที่ไม่น่าเกิดขึ้นในเกมส์ระดับนี้จนส่งผลให้เกมส์มีโมเมนตั้มที่เปลี่ยนไปถ้า ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูนี้ผู้เขียนเชื่อว่า ลิเวอร์พูล เองนั่นแหละที่จะได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแทนที่ แอตเลติโก้ มาดริด